ลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี โปรโมทสินค้าฟรี ซื้อ ขาย เช่า โพสลงประกาศฟรี
เครื่องใช้ไฟฟ้า แอร์บ้าน พัดลม เครื่องดับเพลิง อบรมดับเพลิง => ลงประกาศฟรี พัดลมอุตสาหกรรม แอร์บ้าน ราคาถูก => ข้อความที่เริ่มโดย: siritidaphon ที่ วันที่ 23 มกราคม 2026, 13:45:26 น.
-
ใส่สายยางให้อาหารสายยางนานเกินไป ส่งผลร้ายต่อร่างกายหรือไม่ (https://dseelin.co.th/)
การใส่สายยางให้อาหาร (โดยเฉพาะชนิดที่ผ่านจมูกลงสู่กระเพาะอาหาร หรือ NG Tube) หากใส่นานเกินไปโดยไม่มีการเปลี่ยนหรือประเมินเพื่อเปลี่ยนวิธี "ส่งผลร้ายต่อร่างกายแน่นอนครับ"
ทางการแพทย์มักถือว่าสาย NG Tube เป็นวิธีชั่วคราว (ไม่ควรเกิน 4–6 สัปดาห์) หากใส่นานกว่านั้นจะเกิดผลเสียสะสมดังนี้ครับ:
1. อันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและโพรงจมูก
ไซนัสอักเสบ (Sinusitis): สายยางที่ค้างอยู่ในโพรงจมูกจะไปขัดขวางการระบายตามธรรมชาติของน้ำเมือก ทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรียจนอักเสบเป็นหนอง
เนื้อเยื่อจมูกตาย (Nasal Necrosis): สายที่กดทับปีกจมูกหรือผนังกั้นจมูกนานๆ จะทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยง จนเนื้อเยื่อบริเวณนั้นตายและเสียโฉมได้
ปอดอักเสบเรื้อรัง: การมีสายพาดผ่านหูรูดหลอดอาหารนานๆ ทำให้หูรูดปิดไม่สนิท อาหารและน้ำย่อยจะไหลย้อนกลับ (Reflux) และซึมเข้าสู่ปอดทีละน้อยโดยที่เราไม่รู้ตัว
2. อันตรายต่อระบบทางเดินอาหาร
แผลในหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร: สายยางจะระคายเคืองเยื่อบุตลอดเวลา ทำให้เกิดแผล เลือดออกซึมๆ หรือในรายที่รุนแรงอาจเกิดการทะลุได้
หลอดอาหารตีบตัน: แผลเรื้อรังจากการเสียดสีของสายจะกลายเป็นพังผืด ทำให้หลอดอาหารแคบลง ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยกลืนอาหารเองได้ยากขึ้นในอนาคต
3. กล้ามเนื้อการกลืน "ฝ่อลีบ" (Disuse Atrophy)
เมื่อผู้ป่วยไม่ได้ฝึกใช้กล้ามเนื้อปาก ลิ้น และลำคอในการเคี้ยวและกลืนเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อเหล่านี้จะอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ทำให้ผู้ป่วย "ลืมวิธีการกลืน" และเพิ่มความเสี่ยงสำลักอย่างมากหากจะกลับมาทานอาหารปกติ
4. สุขภาพช่องปากเสื่อมโทรม
การไม่ได้ใช้ปากทำให้น้ำลายหลั่งน้อยลง ปากจะแห้งและเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียเข้มข้น ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบหัวใจและปอดหากเชื้อเหล่านี้หลุดเข้าสู่ร่างกาย
💡 ทางออกเมื่อต้องให้อาหารระยะยาว (เกิน 1 เดือน)
แพทย์มักแนะนำให้เปลี่ยนจากการใส่สายทางจมูก เป็นการ "เจาะหน้าท้อง" (PEG) ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกายมากกว่าในระยะยาว:
ลดความเสี่ยงปอดติดเชื้อ: เพราะไม่มีสายไปค้างที่หูรูดหลอดอาหาร น้ำย่อยจึงไม่ไหลย้อนกลับง่ายๆ
สบายตัวกว่า: ผู้ป่วยไม่เจ็บจมูก ไม่ระคายเคืองคอ ลดอาการหงุดหงิด/ซึมเศร้า
ดูแลรักษาง่าย: สายมีความทนทานและเปลี่ยนเพียงปีละ 1-2 ครั้งเท่านั้น
ภาพลักษณ์ดีขึ้น: ไม่มีสายระโยงระยางที่ใบหน้า สามารถใส่เสื้อผ้าทับมิดชิดได้
สรุป: หากผู้ป่วยต้องรับอาหารทางสายยาวนานกว่า 1 เดือน การ "ฝืน" ใช้สายทางจมูกต่อไปจะสร้างความทรมานและอันตรายแฝงมากกว่าการตัดสินใจเจาะหน้าท้องตามคำแนะนำของแพทย์ครับ